เลือกเตาเผาอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งานในห้องปฏิบัติการ

เตาเผาในห้องปฏิบัติการ (Laboratory Furnace) เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการให้ความร้อนสูง เพื่อการวิเคราะห์ การเตรียมตัวอย่าง การกำจัดความชื้น และการทดสอบคุณสมบัติของวัสดุต่างๆ ซึ่งจำเป็นในงานด้านเคมี อาหาร ปศุสัตว์ วัสดุศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และงานวิเคราะห์เชิงอุตสาหกรรม

ดังนั้น การเลือกเตาเผาที่เหมาะสมจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความถูกต้องของผลวิเคราะห์ ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน และประสิทธิภาพโดยรวมของห้องปฏิบัติการ

ประเภทเตาเผา

จุดเด่น / ข้อจำกัด

ลักษณะงานที่เหมาะสม

Chamber Furnace –   ห้องเผาเป็นลักษณะกล่อง มีพื้นที่เยอะ
–   สามารถใส่ตัวอย่างได้ปริมาณมาก
–   ใช้งานง่าย และสะดวกฅ
–   ไม่เหมาะกับงานที่ต้องมีการควบคุมบรรยากาศ หรือการไหลของแก๊ส
–  งานวิเคราะห์ปริมาณเถ้า (Ashing)
–  การทดสอบการสูญเสียจากการเผาไหม้ (Loss on Ignition)
–  กระบวนการแคลซิเนชัน (Calcination)
–  งานให้ความร้อนทั่วไปในห้องปฏิบัติการด้านอาหารและสิ่งแวดล้อม
–  การเผาชิ้นงานหรือวัสดุที่มีปริมาณมาก
Tube Furnace –   ห้องเผาเป็นลักษณะเป็นท่อ
–   สามารถเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมสำหรับการควบคุมสภาวะภายใน เช่น การทำสุญญากาศ หรือการไหลของแก๊ส
–   ไม่เหมาะกับตัวอย่างที่มีขนาดใหญ่ เนื่องจากพื้นที่ภายในท่อมีจำกัด
–  งานที่ต้องการการควบคุมสภาวะ
–  งานสังเคราะห์วัสดุ
–  งานทางด้านนาโนเทคโนโลยี
–  งานวิจัยต่างๆ
Special Application Furnace –   เตาเผาสำหรับงานเฉพาะทาง
–   อ้างอิงตามมาตรฐานต่างๆ

–  เตาเผาเซรามิก
–  เตาเผาทอง หรือโลหะมีค่า
–  เตาเผาสำหรับงานวิเคราะห์ถ่านหิน
–  เตาเผาแบบสุญญากาศ

ช่วงอุณหภูมิในการใช้งาน
  • พิจารณาตามชนิดของตัวอย่าง และลักษณะการทำงาน
  • คำนึงถึงอัตราการเพิ่มอุณหภูมิที่เหมาะสมในการใช้งาน (Ramp Rate)
  • เลือกตามวิธีมาตรฐาน (Standard Method)
ขนาดห้องเผาตัวอย่าง / ปริมาณตัวอย่างที่ต้องการเผา
  • ควรพิจารณาขนาดของถ้วยใส่ตัวอย่าง (Crucible) ปริมาณตัวอย่างต่อรอบ และพื้นที่ของห้องปฏิบัติการ
  • การใช้เตาที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไป อาจส่งผลต่อการกระจายความร้อน และทำให้ผลวิเคราะห์คลาดเคลื่อน

ระบบควบคุมอุณหภูมิ

  • ควรเลือกจากการใช้งานว่าต้องมีการตั้งโปรแกรม หรือขั้นตอนในการทำงานหรือไม่
  • พิจารณาว่าต้องการเก็บข้อมูล หรือต้องการฟังก์ชั่นอื่นๆในการใช้งานหรือไม่

ข้อแนะนำอื่นๆ

  • ในการเลือกอุณหภูมิของเตาเผา ควรสูงกว่าอุณหภูมิที่ใช้งานจริงประมาณ 100 องศาเซลเซียส เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของส่วนให้ความร้อน (Heating Element)
  • ในกรณีที่ตัวอย่างมีความชื้นสูง ควรนำไปอบเพื่อไล่ความชื้นก่อนเผา เพื่อยืดอายุการใช้งานของผนังเตาด้านใน
  • ตัวอย่างที่มีการเติมสารเคมี หรือมีไอของสารเคมีในขณะเผาตัวอย่าง ควรใช้เตาเผาที่มีลักษณะของผนังเตาด้านในที่มีความแข็งแรงทนทานต่อสารเคมี และมีระบบระบายอากาศที่เหมาะสม
  • การวางตัวอย่างภายในเตา ควรวางถ้วยใส่ตัวอย่างให้อยู่ในบริเวณตรงกลางเตาเผา และให้มีระยะห่างของถ้วยพอประมาณ เพื่อให้ตัวอย่างได้รับความร้อนอย่างทั่วถึง
  • หลีกเลี่ยงการเปิดประตูเตาเผาในขณะที่อุณหภูมิสูง เพื่อป้องกันการแตกร้าวของผนังเตา
  • ควรตรวจสอบความสะอาดของห้องเผา และตรวจสอบความเสื่อมของขดลวดความร้อนอย่างสม่ำเสมอ

จะเห็นได้ว่าการเลือกเตาเผาให้เหมาะสมสำหรับงานของคุณ ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งด้านคุณภาพ ผลการวิเคราะห์ที่น่าเชื่อถือ ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงความคุ้มค่าในระยะยาว

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกเตาแบบใด พวกเรา CG Scientific พร้อมให้คำปรึกษา และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับงานของคุณ เพราะอุปกรณ์ที่ถูกเลือกอย่างถูกต้อง ไม่เพียงช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับห้องปฏิบัติการของคุณอีกด้วย

Nabertherm

Leave a Reply

Close Menu