เครื่องตรวจคุณภาพน้ำมันทอดอาหาร (Food Oil Monitor) เทคโนโลยีสำคัญเพื่อความปลอดภัยอาหาร และการควบคุมต้นทุนในอุตสาหกรรมอาหาร
ในอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะร้านอาหาร โรงแรม โรงพยาบาล โรงงานผลิตอาหาร หรือธุรกิจฟาสต์ฟู้ด การใช้น้ำมันทอดซ้ำเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือการต้องรู้ว่า “เมื่อไรที่ควรจะต้องเปลี่ยนน้ำมันทอด”เนื่องจากน้ำมันที่เสื่อมสภาพนั้น ไม่เพียงทำให้อาหารมีกลิ่น สี และรสชาติที่ไม่ดี แต่ยังอาจก่อให้เกิดสารอันตรายต่อสุขภาพผู้บริโภค เช่น สารโพลาร์ (Total Polar Materials: TPM) และสารอนุมูลอิสระ เป็นต้น
เครื่องตรวจคุณภาพน้ำมันทอด (Food Oil Monitor) เป็นอุปกรณ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถควบคุมคุณภาพน้ำมันได้อย่างถูกต้องตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทราบช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนน้ำมัน แทนการประเมินด้วยความรู้สึกผ่านทางสายตา หรือการดมกลิ่นเพียงอย่างเดียว

หลักการทำงาน
● เครื่องตรวจคุณภาพน้ำมันทอด (Food Oil Monitor) ใช้หลักการวัดค่า Total Polar Materials (%TPM) ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานสากลที่ใช้บ่งชี้ถึงการเสื่อมสภาพของน้ำมันทอด
● เมื่อใช้งานน้ำมันที่อุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน หรือทอดอาหารซ้ำหลายครั้ง น้ำมันจะเกิดการออกซิเดชันและการแตกตัวของไขมัน ทำให้ค่า TPM เพิ่มสูงขึ้นตามการเสื่อมของน้ำมัน ดังนั้นค่าที่สูงเกินเกณฑ์จะบ่งบอกถึงคุณภาพของน้ำมันที่ไม่เหมาะสมสำหรับการใช้งานต่อ
ค่าที่เครื่องวัดได้
เครื่องตรวจคุณภาพน้ำมันทอด (Food Oil Monitor) ยี่ห้อ EBRO รุ่น FOM 330 Series สามารถแสดงค่า
● TPM (%) : บอกระดับการเสื่อมของน้ำมัน
● อุณหภูมิ (°C) : ตรวจสอบความเหมาะสมของอุณหภูมิการทอด
● เครื่องจะแสดงผลผ่านหน้าจอ และไฟสัญญาณของตัวเครื่อง ดังนี้
🟢 สีเขียว : น้ำมันยังใช้งานได้ดี
🟡 สีเหลือง : คุณภาพเริ่มเสื่อม ควรเฝ้าระวัง
🔴 สีแดง : ควรต้องเปลี่ยนน้ำมัน
วิธีการใช้งานเบื้องต้น
● เปิดเครื่อง และรอให้เครื่องพร้อมทำการวัด
● จุ่มหัววัดลงในหม้อน้ำมัน โดยจุ่มให้ถึงระดับของเซนเซอร์ (ควรวัดในขณะที่น้ำมันร้อนและไม่มีฟองอาหารเกาะบริเวณเซนเซอร์)
● คนเบาๆ แล้วรอประมาณ 20 วินาที
● อ่านค่า %TPM และอุณหภูมิบนหน้าจอ รวมถึงไฟสัญญาณของตัวเครื่อง

ประโยชน์ที่ได้รับ
ด้านความปลอดภัยอาหาร (Food Safety)
● ลดการเกิดสารอันตรายหรือสารก่อมะเร็ง เช่น Aldehydes และ Polymerized Compounds ในอาหารทอดที่เกิดจากการใช้น้ำมันเสื่อมสภาพ
● ช่วยควบคุมคุณภาพอาหารให้สอดคล้องกับมาตรฐาน HACCP, GMP และ ISO 22000
ด้านต้นทุน (Cost)
● ลดการเปลี่ยนน้ำมันก่อนเวลาอันควร เนื่องจากใช้การคาดเดาในการเปลี่ยนน้ำมัน
● หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันเสื่อมสภาพ เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกลูกค้าร้องเรียน
ด้านการควบคุมมาตรฐาน (Standardization)
● สามารถกำหนดค่าเกณฑ์มาตรฐานเดียวกันในหลายสาขา เพื่อให้คุณภาพอาหารสม่ำเสมอ
● เหมาะกับร้านที่มีแฟรนไชส์หลายสาขา สามารถกำหนดเป็น SOP ร่วมกันได้
ด้านการตรวจสอบย้อนหลัง (Audit)
● ใช้เป็นหลักฐานบันทึกการควบคุมคุณภาพในสถานประกอบการต่างๆ



