เลือกเครื่อง Shaker ที่ใช่ มากกว่าแค่การเขย่า แต่คือเบื้องหลังของงานที่แม่นยำและเชื่อถือได้

เครื่องเขย่า (Shaker) เป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่มีบทบาทสำคัญในห้องปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านชีววิทยา เคมี อาหาร และสาขาอื่นๆ การเลือกเครื่องเขย่าที่เหมาะสมกับลักษณะงาน ไม่เพียงช่วยให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อความแม่นยำของผลการทดลอง ความสามารถในการทำซ้ำ (Reproducibility) และประสิทธิภาพของกระบวนการทดลอง

วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจว่าควรเลือกใช้งานเครื่องเขย่าอย่างไรให้เหมาะกับงานในห้องปฏิบัติการของคุณ

💡วัตถุประสงค์ของการใช้งาน

  • วัตถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกัน จะต้องการรูปแบบการเขย่า ความเร็ว และความเสถียรที่ต่างกัน
  • การเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์หรือเซลล์ (Cell Culture / Microbial Culture)
  • การผสมสารเคมี หรือสารละลาย (Mixing / Homogenizing)
  • การละลายผง หรือสารตกตะกอน (Dissolving)
  • การสกัดสาร (Extraction)
  • การย้อมสี การล้างเจล หรือ Immunoassay

💡ประเภทของการเคลื่อนที่ (Motion Type)

Orbital Shaker

  • การเคลื่อนที่เขย่าเป็นวงกลม (Circular)
  • มีการผสมที่นุ่มนวล สม่ำเสมอ และถ่ายเทออกซิเจนได้ดี
  • เหมาะสำหรับการเพาะเลี้ยงเซลล์ หรืองานผสมทั่วไป
  • สามารถใช้กับ Erlenmeyer Flask, Bottle และ Plate

Reciprocal / Linear Shaker

  • การเคลื่อนที่ไป-กลับในแนวเส้นตรง
  • เหมาะกับสารที่มีความหนืดมาก
    หรือต้องการกระจายอนุภาคในของเหลวอย่างมีประสิทธิภาพ

Rocking Shaker

  • การเคลื่อนที่แบบโยกซ้าย-ขวา
  • มีแรงเฉือนต่ำ จึงใช้สำหรับตัวอย่างที่บอบบาง
  • เหมาะกับงานผสมอย่างอ่อนโยน เช่น Blood Sample หรือ Gel

Vortex Shaker

  • การเขย่าแบบหมุนวนเฉพาะจุด
  • เหมาะสำหรับผสมสารปริมาณน้อยๆ ในหลอดทดลองอย่างรวดเร็ว

💡ช่วงความเร็วรอบและแรงเขย่า (Speed and Intensity)

  • เลือกช่วงความเร็วรอบที่ครอบคลุมความต้องการของงาน
  • ความเร็วต่ำเหมาะกับงานที่ต้องการความอ่อนโยน
  • ความเร็วสูงเหมาะกับการละลาย หรือการสกัดสาร
  • พิจารณาความแรงที่ต้องการ โดยเฉพาะสำหรับสารหนืด หรือการทำให้เซลล์แตก

💡การควบคุมอุณหภูมิ (Temperature Control)

  • สำหรับงานบางประเภท เช่น Cell Culture, Microbial Culture หรือ Enzyme Reaction อาจต้องใช้ Shaking Incubator ที่ควบคุมอุณหภูมิร่วมกับการเขย่า เพื่อรักษาสภาวะการทดลองให้คงที่

💡ขนาดและกำลังการรับน้ำหนัก (Capacity and Load)

  • เลือกขนาดถาดให้เหมาะสมกับจำนวนและขนาดขวด (เช่น หลอดทดลอง, Erlenmeyer Flask)
  • ตรวจสอบกำลังการรับน้ำหนักสูงสุด เพื่อให้เครื่องทำงานได้โดยไม่เสียหาย
  • การใช้งานเกินพิกัดอาจทำให้การเขย่าไม่สม่ำเสมอและลดอายุการใช้งานของเครื่อง

 

💡อุปกรณ์ประกอบ (Accessories)

  • Fixed Platform
  • Universal Platform
  • Clamp สำหรับ Flask ขนาดต่าง ๆ
  • Holder สำหรับ Test Tube, Bottle หรือ Microplate

💡การเลือกให้เหมาะกับระดับห้องปฏิบัติการ

  • Routine Laboratory : เน้นเครื่องพื้นฐาน ใช้งานง่าย ราคาประหยัด
  • Research Laboratory : เน้นเครื่องที่ความแม่นยำสูง สามารถปรับตั้งค่าได้ละเอียด
  • Pilot / Production Scale : เน้นเครื่องที่รองรับน้ำหนักมาก ทำงานต่อเนื่องได้ยาวนาน

💡การพิจารณาเพิ่มเติม

  • ความเสถียรและความปลอดภัย
  • ความสะดวกในการใช้งานและการบำรุงรักษา
  • ฟังก์ชั่นการตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของตัวเครื่อง

เพราะเครื่องเขย่าไม่ใช่แค่อุปกรณ์พื้นฐาน แต่คือเบื้องหลังของผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ ดังนั้นการเลือกเครื่องให้ตรงงานจึงสำคัญกว่าที่คิด และหากคุณต้องการคำแนะนำ พวกเราทีมงาน CG Scientific ยินดีช่วยคุณเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับงานของคุณ

Leave a Reply

Close Menu